วันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2558

“ศัลยกรรมแก้ไขจมูก, จะต้องแก้ไขในกรณีใดบ้าง?”



ศัลยกรรมแก้ไขจมูก, จะต้องแก้ไขในกรณีใดบ้าง?



ตำแหน่งของการศัลยกรรมที่ได้รับความนิยมมากที่สุด หนึ่งในนั้น ก็คือ จมูก การศัลยกรรมจมูกนั้น ไม่ใช่แค่ว่าจะทำให้อิมเมจหรือภาพลักษณ์เราเปลื่ยนไป
อย่างเห็นได้ชัดแล้ว ยังเป็นศัลยกรรมที่สามารถเห็นผลได้อย่างชัดเจนได้ด้วยตาเปล่า
ดังนั้นจึงเป็นศัลยกรรมที่ได้รับความนิยมทั้งผู้หญิงและผู้ชาย
แต่ว่าอัตราการทำศัลยกรรมแก้ไขจมูกนั้น ก็มีมากกว่า 30%
ถ้าเทียบกับศัลยกรรมบริเวณอื่นแล้ว ถือว่ามีอัตราการศัลยกรรมแก้ไขค่อนข้างมาก


กรณีที่มีการศัลยกรรมแก้ไขจมูกมากที่สุด ก็คือ กรณีที่ซิลิโคนเบี้ยว
อาการเช่นนี้เกิดจากการที่ช่องว่างที่ใส่ซิลิโคนเข้าไปนั้นเบี้ยว
หรือการที่ซิลิโคนที่ใส่เข้าไปนั้นไม่เข้ากับรูปทรงของดั้งจมูก จึงทำให้ซิลิโคนเอียงไปอีกข้าง
ซึ่งทำให้ดั้งหรือสันจมูกดูเบี้ยว ในกรณีเช่นนี้ สามารถแก้ไขด้วยวิธีเอาซิลิโคนอันเก่าออกมา
แล้วทำช่องว่างที่จะใส่ซิลิโคนเข้าไปให้เท่ากันทั้งสองข้าง แล้วจึงใส่ซิลิโคนที่มีรูปทรง เข้ากับดั้งของจมูกเข้าไป





ในกรณีที่ปลายจมูกต่ำนั้น ถ้าใช้กระดูกอ่อนหรือซิลิโคนใส่
เพื่อเพิ่มความสูงของปลายจมูกแล้ว ประมาณอีก 1-2 ปี
ปลายจมูก ก็จะกลับมาต่ำลงเหมือนเดิม เนื่องจากปลายจมูกนั้น
เป็นเนื้อกระดูกอ่อนที่นิ่มๆซึ่งแตกต่างจากสันจมูก ดังนั้นต้องใช้กระดูกอ่อนนผนังจมูก มาใช้ซัพพอร์ตที่ปลายจมูกก่อน เพื่อที่จะให้เนื้อกระดูกอ่อนแข็งแรง แล้วจึงใช้กระดูกอ่อนใส่เข้าไปที่ปลายด้านบน




ในกรณีที่ความกว้างของสั้นจมูกแคบ ในกรณีนี้ จมูกที่มีสันดั้งที่สวยงาม จะต้องมีความกว้างที่แคบกว่า ความกว้างของปลายจมูกประมาณ 1 ซม.
ถ้าความกว้างสันจมูกแคบกว่านี้ จะดูแปลกหรือไม่ธรรมชาติ ซึ่งถึงแม้ว่าความกว้างปลายจมูก จะไม่กว้างก็ตาม แต่ก็จะทำให้ปลายจมูกดูใหญ่ หรือดูทู่ได้ เพราะว่าสันจมูกที่แคบเกินไป
ดังนั้นในกรณีเช่นนี้ จะใช้ซิลิโคนที่มีความกว้างมากกว่าความกว้างของสันจมูก เพื่อให้สันจมูกดูสูง และดูมีรูปทรงที่ทันสมัยมากขึ้น



ส่วนในกรณีของปลายจมูกเปลื่ยนรูปทรงนั้น เกิดเนื่องจากเนื้อเยื่อภายในจมูกมีการสร้างตัวเพิ่มมากขึ้น หรือเนื้อเยื่อแผลเป็นในจมูกเพิ่มมากขึ้น ทำให้กระดูกอ่อนที่ไปเสริมที่ปลายจมูก เกิดอาการบิดเบี้ยว หรือเสียรูปทรงได้ ดังนั้นจึงจะต้องแก้ไข ด้วยการเอาเนื้อเยื่อแผลเป็นในจมูกออกก่อน
แล้วใช้กระดูกอ่อนหลังหูและกระดูกอ่อนผนังจมูก แล้วเสริมเข้าไปที่ปลายจมูก เพื่อทำให้ปลายจมูกกลับมาได้รูป และสวยงามมากยิ่งขึ้น

กรณีที่ทำศัลยกรรมแล้วแต่ปลายจมูกดูสั้นลง หลังศัลยกรรมถ้าเกิดอาการอักเสบ หรือห้อเลือด
เมื่อเนื้อเยื่อบริเวณจมูกค่อยๆดีขึ้นแล้ว ซิลิโคนจะจะถูกดึงหรือรู้สึกตึงไปด้านบน
ซึ่งเนื่องจากสาเหตุนี้จึงทำให้จมูกดูสั้นลง ซึ่งถ้าต้องการที่จะศัลยกรรมแก้ไขจมูกเช่นนี้
ควรจะต้องรอให้เนื้อเยื่อข้างในมันอ่อนตัวลงก่อน ประมาณ 3-6เดือน
โดยวิธีศัลยกรรมแก้ไขจมูกเช่นนี้นั้น จะใช้กระดูกอ่อนผนังจมูกด้านใน มาแต่งที่ปลายจมูก ให้ปลายมีขนาดยาวลงมาข้างล่าง ส่วนตรงสันหรือดั้งนั้นก็ใช้ซิลิโคนเพื่อเพิ่มความสูงได้

คุณหมอคิม อิล ฮวาน ประจำโรงพยาบาลศัลยกรรมไอดี ได้กล่าวว่า
ศัลยกรรมแก้ไขจมูกนั้นมีความยากมากกว่าศัลยกรรมจมูกครั้งแรกมาก
ดังนั้นเพื่อที่จะให้ได้ผลการแก้ไขจมูกออกมาอย่างดีที่สุดนั้น จะต้องเข้ารับการรักษากับ รพ.ที่ได้มาตรฐานที่มีผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ด้านการศัลยกรรมจมูกให้การรักษา และทำการผ่าตัดที่ได้มาตรฐานอย่างเป็นระบบ ผลที่ออกมาจึงจะดีที่สุด

ซึ่งด้านของ รพ.ไอดี มีระบบการให้คำปรึกษาอย่างละเอียด ในขึ้นตอนแรก ก่อนศัลยกรรม ไม่ใช่แค่ผู้ป่วยจะได้รู้ถึงสาเหตุของความผิดพลาดของศัลยกรรมครั้งแรกแล้ว
ผู้ป่วยยังสามารถรู้ผลของตัวเองว่าหลังจากผ่าตัดจะออกมาเป็นอย่างไรล่วงหน้าก่อนผ่าตัดแบบ 3D
ด้วยเหตุนี้ ความพอใจของผู้ป่วยที่เข้ารับการผ่าตัดที่นี่ จึงสูงมาก